มะเขือเทศกินสดได้ไหม กินทุกวันเป็นอะไรรึเปล่า กินยังไงให้ปลอดภัยจริงๆ
มะเขือเทศเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญสำหรับใครหลายคนที่นอกจากจะหาซื้อง่าย มีขายทุกฤดูกาลแล้ว ยังนำมาปรุงเป็นเมนูมะเขือเทศสุดอร่อยได้หลากหลายด้วย แต่ก็ยังมีหลายคนที่ชอบกินมะเขือเทศสดๆ เป็นแสน็กยามว่าง หรือกินคู่กับมื้อหลักก็ได้เช่นกัน หากคุณชอบกินแบบนี้แต่ก็อยากรู้ว่ามะเขือเทศกินสดได้ไหม กินทุกวันจะเยอะไปไหม ล้างทำความสะอาดยังไงให้ปลอดภัยจริงๆ เรามีคำตอบค่ะ
มะเขือเทศกินสดได้ไหม?
กินสดได้แน่นอนค่ะ เพราะมะเขือเทศสดมีวิตามินซีและโฟเลตสูงมาก นอกจากจะได้รสชาติปรี้ยวหวานฉ่ำๆ แล้ว ยังช่วยเรื่องผิวพรรณเต็มๆ อีกด้วย แต่ถ้าอยากได้สารไลโคปีน ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในมะเขือเทศแบบจัดเต็ม การนำไปผ่านความร้อนพร้อมไขมันดีอย่างน้ำมันมะกอกหรือไข่ จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีกว่าค่ะ สรุปคือกินสดก็ได้ประโยชน์เรื่องวิตามินซี นำไปปรุงสุกก็ได้ประโยชน์เรื่องไลโคปีน กินแบบไหนก็ได้เหมือนกันค่ะ
กินมะเขือเทศสดทุกวัน ดีไหม จะเป็นอันตรายรึเปล่า?
สำหรับคนทั่วไปแล้วสามารถกินมะเขือเทศสดทุกวันได้เลยค่ะ เพราะมะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินซี ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย สุขภาพผิวพรรณ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
แต่สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวบางประเภท โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไต อาจต้องระมัดระวังและจำกัดปริมาณในการกินอยู่สักหน่อย เพราะมะเขือเทศมีโพแทสเซียมสูง หากกินมากเกินไปอาจทำให้ไตทำงานหนักและเกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงจนเป็นอันตรายต่อหัวใจได้ ส่วนผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อนอาจต้องระวังความเป็นกรดธรรมชาติในมะเขือเทศสดที่อาจไปกระตุ้นให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอกหรือระคายเคืองกระเพาะ และผู้ป่วยโรคเกาต์บางรายที่อาจไวต่อสารปิวรีนและกรดในมะเขือเทศจนไปกระตุ้นให้อาการกำเริบ คนกลุ่มนี้จึงควรทานแต่พอดี หรือปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีกว่าค่ะ
มะเขือเทศกินสดได้มากสุดกี่ลูกต่อวัน?
หากเป็นคนทั่วไปที่มีสุขภาพดี แนะนำให้กินมะเขือเทศสดวันละประมาณ 1-2 ผลใหญ่ หรือมะเขือเทศหวานกินสด (สายพันธุ์เชอร์รี) ประมาณ 10-15 ผล ก็พอค่ะ เพราะเป็นปริมาณที่ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซี ใยอาหาร และไลโคปีนที่เพียงพอ หากเกินกว่านี้อาจทำให้ร่างกายได้รับกรดมากเกินไปจนระคายเคืองกระเพาะอาหาร ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น โรคไต กรดไหลย้อน หรือโรคกระเพาะ ปริมาณที่เหมาะต่อการรับประทานจะต้องขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลเท่านั้นค่ะ
มะเขือเทศกินสดอย่างไรให้ปลอดภัย?
1. ล้างทำความสะอาดทุกครั้งก่อนทาน
การล้างมะเขือเทศเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดที่จะการันตีว่ามื้อนี้ของคุณจะปลอดภัยหรือไม่ อย่าลืมว่าผิวด้านนอกมะเขือเทศอาจมีฝุ่น ดิน เชื้อแบคทีเรีย หรือสารเคมีตกค้างสะสมอยู่ ถ้าล้างไม่ดี สิ่งเหล่านี้อาจสะสมอยู่ในร่างกายจนกลายเป็นโรคเรื้อรังได้เลยนะคะ สำหรับวิธีการล้างที่ถูกต้องเริ่มจากเปิดก๊อกให้น้ำสะอาดไหล แล้วใช้มือถูเบาๆ ที่ผิวมะเขือเทศประมาณ 30 วินาที หากต้องการมั่นใจว่ามะเขือเทศจะสะอาดจริงๆ แนะนำให้แช่ลงในน้ำผสมเบกกิ้งโซดาในอัตราส่วนเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา ต่อน้ำ 4 ลิตร แล้วแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ก่อนจะใช้น้ำสะอาดล้างออกอีกครั้ง วิธีนี้จะช่วยขจัดสารตกค้างออกได้มากถึง 80-90% เลยค่ะ
2. เลือกผลที่สุกกำลังดี ไม่มีรอยช้ำ
ควรเลือกผลที่มีสีแดงสด ผิวเรียบตึง แน่น ไม่เหี่ยวย่น และต้องไม่มีรอยปริแตกหรือรอยบวมช้ำนะคะ เพราะมะเขือเทศที่มีรอยช้ำหรือเน่าเสียมักจะเป็นจุดสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่แทรกซึมเข้าไปในเนื้อด้านใน เวลากินเข้าไปอาจท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกินผลที่ยังเขียวจัดหรือดิบอยู่ เนื่องจากมะเขือเทศดิบมีสารโซลานีนที่อาจทำให้ปวดท้องได้เช่นกันค่ะ
3. เก็บรักษาให้ถูกสุขลักษณะ
พอล้างทำความสะอาดเสร็จแล้ว ถ้าอยากหั่นหรือตัดแต่งมะเขือเทศไว้ทานสด ให้ใช้เขียงและมีดที่สะอาดแยกต่างหากจากเนื้อสัตว์ดิบ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียค่ะ และถ้าหั่นมะเขือเทศแล้วกินไม่หมด ให้ใส่ภาชนะที่ปิดมิดชิดแล้วรีบใส่เข้าตู้เย็นทันที ทั้งนี้ควรกินให้หมดภายใน 1-2 วัน เพราะมะเขือเทศที่หั่นแล้วจะสูญเสียความสดและเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถ้าวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องค่ะ
4. ซื้อจากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ
ไม่ว่าคุณจะซื้อแบบธรรมดาหรือปลูกแบบออร์แกนิกก็ตาม คุณควรซื้อแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ หรือมีตราสัญลักษณ์รับรองความปลอดภัย เช่น ตรา GAP (Good Agricultural Practices) หรือสัญลักษณ์ออร์แกนิก เพราะต่อให้เราจะล้างทำความสะอาดแค่ไหน แต่หากเลือกวัตถุดิบต้นทางที่ปลอดภัย ก็จะช่วยให้เรากินได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้นค่ะ
5. สังเกตตัวเองหลังกินเสมอ
การกินมะเขือเทศสดให้ปลอดภัยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วยนะคะ สำหรับคนที่ไม่เคยกินสดในปริมาณมากมาก่อน ให้เริ่มกินทีละน้อยเพื่อดูว่าร่างกายมีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น อาการแน่นท้อง กรดไหลย้อน หรือแสบกระเพาะอาหาร เนื่องจากมะเขือเทศสดมีความเป็นกรดธรรมชาติและมีใยอาหารสูง หากกินมากเกินไปในครั้งเดียวอาจทำให้ระบบย่อยอาหารปรับตัวไม่ทัน
เคล็ด (ไม่) ลับในการกินมะเขือเทศสดให้อร่อย
อยากทานมะเขือเทศสดให้อร่อย ฉ่ำฟิน ไม่โดดเปรี้ยว และไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวไหมคะ ลองใช้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ด้านล่างนี้ที่จะช่วยยกระดับความอร่อยของมะเขือเทศสดให้ฟินยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ
- เลือกระดับความสุกให้เป๊ะ: แนะนำเป็นลูกสีแดงสด ผิวตึง หรือนุ่มเด้งมือเล็กน้อย เพราะมะเขือเทศที่สุกได้ที่จะมีรสหวานอมเปรี้ยวกำลังดี ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวของมะเขือเทศดิบเลยค่ะ
- วางไว้ในอุณหภูมิห้อง ห้ามแช่ตู้เย็นก่อนทาน: การนำมะเขือเทศสดไปแช่ตู้เย็นทันทีจะทำให้เนื้อสัมผัสแข็งเหมือนทรายและสูญเสียกลิ่นหอมธรรมชาติไป แนะนำให้วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง แล้วค่อยแช่เย็นแป๊บเดียวก่อนทานจะดีกว่าค่ะ
- จับคู่กับไขมันดี: ลองเหยาะน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน หรือกินคู่กับอะโวคาโดและชีส เพราะไขมันดีจากอาหารเหล่านี้จะช่วยชูรสชาติของมะเขือเทศให้กลมกล่อม นุ่มนวล ไม่โดดเปรี้ยว แถมยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ
- ตัดรสด้วยเกลือและเกล็ดน้ำตาลเล็กน้อย: โรยเกลือทะเลหรือเกลือชมพูลงไปเบาๆ แล้วลองทานดูค่ะ บอกเลยว่าจะได้รับรสความหวานธรรมชาติจากมะเขือเทศไปเต็มๆ เลย และถ้าเจอผลที่เปรี้ยวโดด ให้โรยน้ำตาลทรายแดงนิดเดียวก็จะได้รสชาติที่กลมกล่อมขึ้นทันทีค่ะ
- ทานคู่กับวัตถุดิบชูกลิ่นสดชื่น: มะเขือเทศสดเข้ากันได้ดีมากกับพืชตระกูลสมุนไพรสด เช่น ใบโหระพาหรือเบซิล พริกไทยดำบดใหม่ๆ และน้ำเลมอนจะช่วยชูรสชาติให้มีมิติ หอมสดชื่น และกินเพลินๆ แบบไม่เลี่ยนเลยค่ะ
สุดท้ายนี้ ถ้าอยากได้มะเขือเทศกินสดที่ทั้งอร่อย ปลอดภัย และได้ประโยชน์เต็มๆ ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ แค่ใส่ใจเลือกผลที่สุกกำลังดี ล้างทำความสะอาดให้ถูกวิธี ควบคุมปริมาณให้เหมาะกับสภาพร่างกาย และลองใช้เทคนิคเสริมรสชาติเล็กๆ น้อยๆ เท่านี้คุณก็จะอร่อยฟินไปกับความฉ่ำสดชื่นของมะเขือเทศ แถมยังได้ดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นในทุกๆ วันอีกด้วยค่ะ
