เมนูปลากระป๋องง่าย ๆ ทําอะไรได้บ้าง รวมเมนูยอดฮิตที่ห้ามพลาด

เมนูปลากระป๋อง

ปลากระป๋องเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสามัญประจำบ้านของคนไทยที่นอกจากจะราคาประหยัดแล้ว ยังเก็บไว้ได้นานแล้ว ที่สำคัญยังนำมาสรรค์สร้างเป็นมื้ออร่อยได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะสายแซ่บรสจัดจ้าน หรือสายต้มผัดแกงทอด ก็เปลี่ยนปลากระป๋องธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ว่าแต่เมนูปลากระป๋อง ทําอะไรได้บ้าง? วันนี้เชฟนิกะจะมาเล่าให้ฟังค่ะ

1. ข้าวผัดปลากระป๋อง

ถึงจะดูเป็นเมนูง่าย ๆ แต่จากประสบการณ์ของเชฟแล้ว กล้าพูดเลยว่า ข้าวผัดคือเมนูที่ถ้าทำเมนูนี้อร่อยแล้วล่ะก็ เมนูไหน ๆ ก็ทำได้อร่อยไม่แพ้กันเลยล่ะค่ะ โดยเริ่มจากเจียวกระเทียมสับในน้ำมันร้อน ๆ ด้วยไฟปานกลางจนส่งกลิ่นหอมและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง จากนั้นเทปลากระป๋องแล้วแยกเนื้อปลากับน้ำซอสออกจากกัน นำเนื้อปลาลงไปผัด ยีพอให้แตกเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่ข้าวสวยเย็นที่แช่ตู้เย็นไว้ลงไปผัดตามทันที เร่งไฟแรงขึ้นเล็กน้อยให้เม็ดข้าวแห้งและร่วน ซึมซับความหอมของเนื้อปลาและกระเทียมเจียว จากนั้นค่อย ๆ หรี่ไฟลงแล้วราดน้ำซอสปลากระป๋องลงไปรอบ ๆ กะทะเพียงครึ่งเดียวเพื่อไม่ให้ข้าวแฉะ ปรุงรสเพิ่มด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น คลองให้เข้ากันด้วยไฟแรงอีกครั้ง โรยต้นหอมซอยตบท้าย ตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลาและมะนาวหั่นแว่น

  • วัตถุดิบ: ข้าวสวยเย็น (ข้าวค้างคืน) 1 จาน, ปลากระป๋อง 1 กระป๋อง, กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันพืชสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา, น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา, พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา, ต้นหอมซอย, มะนาว และพริกขี้หนูสด
  • ระดับความยากและความสะดวก: ทำง่ายมาก ใช้เวลาเพียง 10 นาที เหมาะสำหรับมื้อรีบเร่ง เด็กหอ หรือวันคิดอะไรไม่ออกที่ต้องการเมนูอร่อยอิ่มท้อง
  • รสสัมผัส: ข้าวสวยเม็ดร่วนหอมกลิ่นกระทะ เคลือบความนัวของไข่และความเปรี้ยวหวานของซอสมะเขือเทศที่ผัดจนเข้าเนื้อปลา

เคล็ด(ไม่)ลับจากเชฟนิกะ

จากประสบการณ์ของเชฟ แนะนำให้ใช้ข้าวสวยค้างคืนที่แช่เย็นจนเซ็ตตัว เพราะเม็ดข้าวจะแห้ง ไม่ฉ่ำน้ำซอสจนแฉะ ส่วนขั้นตอนการผัด ให้ตักเอาเฉพาะเนื้อปลากระป๋องและน้ำซอสลงไปผัดก่อนเล็กน้อย เพื่อให้ซอสมะเขือเทศโดนความร้อนจนหอมกลิ่นกระทะ ก่อนจะเทข้าวตามลงไป ช่วยให้ข้าวผัดหอมนัว ไม่เลี่ยน น่าทาน

2. ไข่เจียวปลากระป๋อง

วันไหนเบื่อไข่เจียวแบบเดิม ๆ ลองหยิบปลากระป๋องในตู้เสบียงออกมาอัปเกรดความอร่อยกันดูไหมคะ? บอกเลยว่าเมนูนี้คือเนื้อคู่ที่ง่ายและลงตัวสุด ๆ เพียงตอกไข่ไก่ใส่ชาม ยีเนื้อปลากระป๋องพร้อมน้ำซอสมะเขือเทศลงไปเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำปลา พริกขี้หนูซอย และหอมแดงซอย ตีให้เข้ากันจนฟู จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อนจัด เทไข่ลงไปเจียวจนขอบกรอบฟูและเนื้อในยังคงความนุ่มฉ่ำ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ รับรองว่าอร่อยจนต้องขอเติมข้าวแน่นอนค่ะ

  • วัตถุดิบ: ไข่ไก่ 2 ฟอง, ปลากระป๋อง 1 กระป๋อง เอาเฉพาะเนื้อปลาและน้ำซอส 1 ช้อนโต๊ะ, หอมแดงซอย 2 หัว, พริกขี้หนูซอยตามชอบ, น้ำปลา 1 ช้อนชา และน้ำมันพืช
  • ระดับความยากและความสะดวก: ง่ายระดับเบสิก มือใหม่แค่ไหนก็ทำรอด ใช้เวลาทำไม่เกิน 5 นาที เหมาะสำหรับมื้อเช้าอันรีบเร่งหรือมื้อดึกยามหิวโหย
  • รสสัมผัส: ด้านนอกกรอบฟูหอมกลิ่นไข่เจียว ส่วนด้านในนุ่มฉ่ำแทรกด้วยเนื้อปลากระป๋องรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม พร้อมความเผ็ดซ่าตัดเลี่ยนจากพริกและหอมแดง

เคล็ด(ไม่)ลับจากเชฟนิกะ

แนะนำให้แยกเนื้อปลากระป๋องออกเป็นชิ้นใหญ่ ๆ แล้วใส่ลงไปตบท้ายก่อนนำลงกระทะ ไม่ควรรวมไปตีพร้อมไข่ตั้งแต่แรกเพราะจะทำให้เนื้อปลาละเลียดจนเละ และอย่าลืมใสน้ำมันให้มากพอพร้อมตั้งไฟให้ร้อนจัดก่อนเทไข่ลงไป เพื่อให้ไข่เจียวเซ็ตตัวกรอบฟู ไม่ติดกระทะ ไม่อมน้ำมัน

3. ไข่ขยี้ปลากระป๋อง

ถ้าใครรู้สึกว่าไข่เจียวยังไม่ฉ่ำโดนใจ ลองเปลี่ยนมาทำเมนูนี้ดูสิคะ! ความพิเศษอยู่ตรงที่ความนุ่มนวลของไข่แบบครึ่งสุกครึ่งดิบที่เข้ากันได้อย่างลงตัว เพียงตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน ใส่น้ำมันเล็กน้อย ตอกไข่ลงไปแล้วใช้ตะหลิวขยี้เบา ๆ พอให้ไข่ขาวและไข่แดงเริ่มเซ็ตตัว จากนั้นตักเนื้อปลากระป๋องพร้อมน้ำซอสมะเขือเทศลงไปขยี้ผสมกันอย่างเบามือ ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส โรยพริกจินดาและต้นหอมซอยตบท้าย แล้วรีบปิดไฟทันที เพียงเท่านี้ก็จะได้ไข่ขยี้ปลากระป๋องเนื้อนุ่ม ฉ่ำซอส พร้อมราดลงบนข้าวสวยร้อน ๆ แล้วค่ะ

  • วัตถุดิบ: ไข่ไก่ 2 ฟอง, ปลากระป๋อง 1 กระป๋อง, ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา, พริกจินดาแดงซอย, ต้นหอมซอย และน้ำมันพืชเล็กน้อย
  • ระดับความยากและความสะดวก: ทำง่ายประหยัดเวลา ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาทีก็พร้อมทาน ตอบโจทย์คนชอบเมนูเนียนนุ่ม สไตล์โฮมเมดที่ทำกินเองได้ทุกวัน
  • รสสัมผัส: เนื้อไข่นุ่มละมุนลิ้น ละลายในปาก ผสานความฉ่ำนัวของซอสมะเขือเทศและเนื้อปลากระป๋องที่ยังคงเป็นชิ้น นุ่มละมุนไม่กระด้าง

เคล็ด(ไม่)ลับจากเชฟนิกะ

ใช้ไฟอ่อนถึงปานกลางค่อนไปทางอ่อนตลอดการทำ และห้ามขยี้ไข่นานเกินไปเด็ดขาดค่ะ ให้รีบปิดไฟขณะที่ไข่ยงคงมีความชื้นและฉ่ำอยู่เล็กน้อย เพราะความร้อนสะสมในกระทะจะค่อย ๆ ทำให้ไข่สุกต่อพอดี หากขยี้นานจนแห้ง ไข่จะกระด้างและเสียรสสัมผัสความนุ่มฉ่ำที่เป็นเสน่ห์หลักของเมนูนี้ไป

4. คะน้าปลากระป๋อง

อยากทานผัดผักกรอบ ๆ รสชาติกลมกล่อมแบบไม่ต้องง้อเนื้อหมูหรือเนื้อไก่บ้างไหมคะ? เมนูนี้คือคำตอบเลยค่ะ เพียงตั้งกระทะเจียวกระเทียมและพริกขี้หนูให้ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ใส่ผักคะน้าหั่นท่อนลงไปผัดด้วยไฟแรง ตามด้วยเนื้อปลากระป๋องและน้ำซอสมะเขือเทศ ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทรายนิดหน่อย ผัดอย่างรวดเร็วพอให้ผักสลดแต่ยังคงความกรอบ ตักใส่จานเสิร์ฟทานกับข้าวสวยร้อน ๆ รับรองว่าความหวานกรอบของคะน้าชูรสให้ปลากระป๋องอร่อยขึ้นอีกเป็นกองเลยค่ะ

  • วัตถุดิบ: ผักคะน้าหั่นท่อน 1-2 ต้น, ปลากระป๋อง 1 กระป๋อง, กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ, พริกขี้หนูทุบตามชอบ, ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา และน้ำมันพืช
  • ระดับความยากและความสะดวก: ทำง่าย รวดเร็วทันใจ ใช้เวลาไม่เกิน 5–7 นาที เหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มไฟเบอร์และวิตามินให้ร่างกายในมื้ออาหารง่าย ๆ
  • รสสัมผัส: ผักคะน้ากรอบ ๆ ฉ่ำน้ำ รสชาติเผ็ดเค็มหวานกลมกล่อมกำลังดี ตัดกับความนุ่มนัวของเนื้อปลากระป๋องได้อย่างลงตัว

เคล็ด(ไม่)ลับจากเชฟนิกะ

แยกส่วนก้านและใบของคะน้าออกจากกัน โดยใส่ส่วนก้านลงไปผัดก่อนเพื่อให้สุกนุ่มกำลังดี แล้วค่อยใส่ใบตามลงไปพร้อมเนื้อปลากระป๋องค่ะ รีบเร่งไฟแรงแล้วผัดให้เร็วที่สุด เพื่อให้ผักยังคงสีเขียวสดและคงความกรอบ ไม่เหี่ยวแฉะหรือเหนียวจากความร้อน

5. ต้มยำปลากระป๋อง

วันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจหรือรู้สึกซึม ๆ ลองลุกขึ้นมาซดน้ำซุปร้อน ๆ ให้ตื่นกันดีกว่าค่ะ! เมนูนี้ทำง่ายจนแทบไม่น่าเชื่อ เพียงตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด เติมข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และหอมแดงลงไปต้มจนกลิ่นสมุนไพรหอมฟุ้ง จากนั้นเทปลากระป๋องลงไปทั้งเนื้อและน้ำซอส พอน้ำเริ่มเดือดอีกครั้งให้ปรุงรสด้วยน้ำปลา พริกขี้หนูบุบ และน้ำมะนาว ปิดท้ายด้วยการโรยผักชีฝรั่ง ตักใส่ชามซดน้ำซุปร้อน ๆ รสเปรี้ยว เผ็ด แซ่บถึงใจ ช่วยให้สดชื่นขึ้นมาทันทีเลยล่ะค่ะ ไม่ป่วยก็ทานได้ คล่องคอสุด ๆ

  • วัตถุดิบ: ปลากระป๋อง 1–2 กระป๋อง, น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง, ข่าหั่นแว่น, ตะไคร้ทุบหั่นท่อน, ใบมะกรูดฉีก, หอมแดงบุบ 3-4 หัว, พริกขี้หนูบุบตามชอบ, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ และผักชีฝรั่งซอย
  • ระดับความยากและความสะดวก: ซดซุปร้อน ๆ ง่าย ๆ ใน 5 นาที ไม่ต้องเตรียมเครื่องเยอะ เหมาะมากสำหรับวันอากาศเย็น วันที่อยากกินอะไรแซ่บ ๆ หรือคลายอาการโล่งคอ
  • รสสัมผัส: น้ำซุปร้อนจัด รสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม ซี้ดซ้าดถึงใจ ได้กลิ่นหอมสมุนไพรสดชื่น ผสานกับเนื้อปลากระป๋องนุ่ม ๆ ที่เข้ากันกับน้ำต้มยำได้ดีทีเดียว

เคล็ด(ไม่)ลับจากเชฟนิกะ

ใส่น้ำมะนาวหลังจากปิดเตาแล้วเท่านั้นนะคะ เพราะถ้าต้มน้ำมะนาวในหม้อขณะที่ยังตั้งไฟอยู่ ความร้อนจะทำให้มะนาวขมและเสียความหอมไป ทั้งนี้อย่าลืมรอให้น้ำซุปต้มยำเดือดจัดก่อนค่อยใส่ปลากระป๋องลงไป และห้ามคนเด็ดขาด จนกว่าน้ำจะเดือดอีกรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อปลาเละและไม่มีกลิ่นคาวมากวนใจ

6. แกงส้มปลากระป๋อง

อยากทานแกงส้มรสจัดจ้านแบบฉบับไทย ๆ แต่ไม่อยากเสียเวลาโขลกเนื้อปลาช่อนหรือปลาทูให้ยุ่งยากใช่มั้ยคะ? เมนูนี้คือทางลัดชั้นยอดที่ให้รสชาติอร่อยเข้มข้นไม่แพ้กันเลยค่ะ เพียงตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด ละลายพริกแกงส้มลงไป ตามด้วยการแบ่งเนื้อปลากระป๋องส่วนหนึ่งลงไปยีให้ละเอียดเพื่อให้น้ำแกงส้มมีความงวดเข้มข้น ใส่ผักตามชอบอย่างผักกาดขาวหรือยอดมะพร้าวอ่อน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลปี๊บ จากนั้นใส่เนื้อปลากระป๋องชิ้นที่เหลือลงไป พอทุกอย่างสุกเข้าเนื้อดีแล้วก็พร้อมตักเสิร์ฟ ราดข้าวสวยร้อน ๆ กินคู่กับไข่เจียว บอกเลยว่าฟินสุด ๆ ค่ะ

  • วัตถุดิบ: ปลากระป๋อง 2 กระป๋อง ยีเนื้อ 1 กระป๋อง ส่วนอีกกระป๋องให้ใส่เป็นชิ้น, พริกแกงส้ม 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำเปล่า 2.5 ถ้วยตวง, ผักตามชอบ แนะนำเป็นผักกาดขาว, ถั่วฝักยาว หรือดอกแค, น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • ระดับความยากและความสะดวก: ง่ายกว่าแกงส้มแบบเดิมหลายเท่า ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากลองทำแกงไทยรสเข้มข้นทานเองที่บ้าน
  • รสสัมผัส: น้ำแกงส้มเข้มข้นข้นนัวจากเนื้อปลาโขลกละเอียด รสชาติเปรี้ยวนำ เค็มหวาน กลมกล่อม ผักนุ่มกำลังดี ซึมซับน้ำแกงเข้าเนื้อทุกคำ

เคล็ด(ไม่)ลับจากเชฟนิกะ

แบ่งเนื้อปลากระป๋อง 1 กระป๋องมา ยี หรือ โขลก รวมกับพริกแกงส้มก่อนนำลงไปละลายในน้ำเดือด ค่ะ เพราะเนื้อปลากระป๋องจะช่วยทำให้น้ำแกงส้มข้น นัว และเกาะกับผักได้ดีขึ้นเหมือนสูตรโบราณที่ใช้เนื้อปลาต้มโขลก ส่วนปลากระป๋องอีกกระป๋องให้ใส่ลงไปเป็นชิ้นหลังสุดตอนผักเริ่มสุก เพื่อให้ได้เคี้ยวเนื้อปลาเป็นชิ้น ๆ แบบเต็มคำ

7. กระเพราปลากระป๋อง

คิดอะไรไม่ออกก็กะเพราไว้ก่อนใช่ไหมคะ? แต่ลองเปลี่ยนจากหมูสับหรือไก่สับมาเป็นปลากระป๋องดู แล้วคุณจะพบกับมิติใหม่ของความอร่อยที่ทำง่ายแถมเปลืองข้าวสุด ๆ เพียงตั้งกระทะโขลกพริกจินดากับกระเทียมลงไปผัดจนหอมฉุนเตะจมูก ตักเฉพาะเนื้อปลากระป๋องลงไปผัดเคล้าเบา ๆ ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และน้ำตาลทรายตัดรสนิดหน่อย จากนั้นเร่งไฟแรง ใส่ใบกะเพราสดลงไปผัดตบท้ายพอสลด ปิดไฟแล้วตักราดข้าวสวยร้อน ๆ แกล้มไข่ดาวขอบกรอบไข่แดงเยิ้ม ๆ บอกเลยว่าฟินจนจานเดียวไม่เคยพอค่ะ

  • วัตถุดิบ: ปลากระป๋อง 1 กระป๋อง เน้นตักเอาเฉพาะเนื้อปลา, ใบกะเพรา 1 กำมือ, พริกจินดาแดงและกระเทียมโขลกรวมกัน 1-2 ช้อนโต๊ะ, ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 1/2 ช้อนชา, น้ำตาลทราย 1/3 ช้อนชา และน้ำมันพืช
  • ระดับความยากและความสะดวก: ทำง่าย รวดเร็วทันใจใน 5 นาที ตอบโจทย์มื้อด่วนเวลาคิดเมนูไม่ออก แต่อยากได้รสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อนสไตล์ไทยแท้
  • รสสัมผัส: เผ็ดร้อนหอมกลิ่นพริกกระเทียมและใบกะเพราอบอวล ชูรสชาติเนื้อปลากระป๋องให้นัว กลมกล่อม ไม่เลี่ยน ไร้กลิ่นคาว

เคล็ด(ไม่)ลับจากเชฟนิกะ

แยกเนื้อปลากระป๋องออกจากน้ำซอสมะเขือเทศก่อนนำลงไปผัด ค่ะ เพราะถ้าเทน้ำซอสลงไปทั้งหมด จะทำให้กะเพราของเรากลายเป็นผัดเปรี้ยวหวานซอสมะเขือเทศแฉะ ๆ แทน ในส่วนของการผัด ให้ใช้ไฟแรง ผัดพริกกระเทียมให้หอมก่อน ค่อยใส่เนื้อปลาลงไปผัดเบา ๆ แล้วตามด้วยใบกะเพราทันที เพื่อให้กะเพราแห้ง หอมกลิ่นกระทะ และเนื้อปลาไม่เละจนเกินไปค่ะ

8. ลาบปลากระป๋อง

ถ้าความเปรี้ยวหวานแบบเดิม ๆ เริ่มน่าเบื่อ ลองเปลี่ยนมาทำเมนูแซ่บซี้ดสไตล์อีสานที่สายแซ่บต้องร้องว้าวกันดูค่ะ โดยนำเนื้อปลากระป๋องมาแกะเอาเฉพาะเนื้อปลา ยีให้เป็นชิ้นพอดีคำ นำไปรวนในกระทะให้พอร้อนแล้วตักใส่ชามผสม จากนั้นประเลกความแซ่บด้วยการใส่น้ำปลา น้ำมะนาว พริกขี้หนูแห้งป่น และคั่วข้าวขวดหอม ๆ ตามด้วยหอมแดงซอย ต้นหอม และผักชีฝรั่ง คลุกเคล้าเบา ๆ ให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อปลา ตบท้ายด้วยใบสะระแหน่เพิ่มความหอมสดชื่น พร้อมตักใส่จานเสิร์ฟแกล้มกับผักสดกรอบ ๆ เป็นอันเสร็จพิธี

  • วัตถุดิบ: ปลากระป๋อง 1-2 กระป๋อง (เน้นเอาเฉพาะเนื้อปลา), ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ, พริกป่น 1-2 ช้อนชา (ปรับตามระดับความแซ่บ), น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 1.5 ช้อนโต๊ะ, หอมแดงซอย 2-3 หัว, ต้นหอมและผักชีฝรั่งซอย, ใบสะระแหน่เอาไว้โรยหน้า
  • ระดับความยากและความสะดวก: ง่ายไวฉับไว ใช้เวลาเพียง 5 นาที ไม่ต้องตั้งเตานาน ตอบโจทย์มื้อกับแกล้ม หรือมื้อเย็นสายคลีนที่ไม่อยากกินของมัน
  • รสสัมผัส: รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว เผ็ด เค็ม ครบรส หอมกลิ่นข้าวคั่วเตะจมูก ผสานกับเนื้อปลากระป๋องนุ่ม ๆ ตัดรสกับความกรอบสดชื่นของผักแกล้มได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เคล็ด(ไม่)ลับจากเชฟนิกะ

ลองใส่ข้าวคั่วเป็นลำดับสุดท้ายก่อนลงผักสด แล้วก็อย่าคลุกนานเกินไปนะคะ เพราะข้าวคั่วจะดูดซับน้ำยำไปจนหมด ลาบจะดูแห้ง ๆ ไม่น่าทาน แล้วก็กรองเอาน้ำซอสมะเขือเทศออกให้เหลือติดเนื้อปลาเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้รสเปรี้ยวหวานของซอสมะเขือเทศโดดออกมากลบรสเปรี้ยวหอมสดชื่นของน้ำมะนาวแท้ค่ะ

9. ผัดเผ็ดปลากระป๋อง

ส่วนเมนูนี้บอกเลยว่าอร่อยเด็ดจนต้องเติมข้าวหมดหม้อแน่นอนค่ะ เพียงตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย นำพริกแกงเผ็ดลงไปผัดกับไฟอ่อนจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งและแตกมันสวย จากนั้นใส่เนื้อปลากระป๋องลงไปผัดเคล้าเบา ๆ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และซอสหอยนางรม เพิ่มความหอมสดชื่นด้วยมะเขือพวง พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง และใบกะเพราหรือใบโหระพา เร่งไฟแรงผัดอย่างรวดเร็วให้เข้าเนื้อ แล้วตักใส่จานเสิร์ฟ รสชาติเข้มข้นจัดจ้านถึงใจสุด ๆ ค่ะ

  • วัตถุดิบ: ปลากระป๋อง 1-2 กระป๋อง (เอาเฉพาะเนื้อปลา), พริกแกงเผ็ด 1.5 ช้อนโต๊ะ, มะเขือพวง 1/2 ถ้วย, พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 1 เม็ด, ใบกะเพรา หรือ ใบโหระพา 1 กำมือ, ใบมะกรูดฉีก 3-4 ใบ, น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา, ซอสหอยนางรม 1/2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืชสำหรับผัด
  • ระดับความยากและความสะดวก: ทำง่าย รวดเร็ว ใช้เวลาไม่เกิน 7-10 นาที เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานอาหารรสจัดและอยากได้เมนูผัดเผ็ดแบบไม่ต้องเตรียมเนื้อสัตว์สดให้ยุ่งยาก
  • รสสัมผัส: เผ็ดร้อน เข้มข้น นัวพริกแกงถึงใจ ได้ความกรอบมันจากมะเขือพวง ผสานเข้ากับความนุ่มของเนื้อปลาที่ดูดซึมน้ำพริกแกงเข้าไปเต็ม ๆ

เคล็ด(ไม่)ลับจากเชฟนิกะ

ผัดพริกแกงเผ็ดกับน้ำมันด้วยไฟอ่อนให้สุกหอมจนแตกมันก่อน ค่อยใส่เนื้อปลากระป๋องลงไปค่ะ เพื่อดับกลิ่นคาวและดึงกลิ่นหอมของสมุนไพรในพริกแกงออกมา อย่าลืมผัดเนื้อปลาเบา ๆ นะคะ เพื่อให้ปลาคงรูปเป็นชิ้นสวย ไม่ละลายกลายเป็นน้ำพริกผัดไปเสียก่อน

10. ยำขนมจีนปลากระป๋อง

สำหรับเมนูนี้เหมาะกับคนที่กำลังมองหาเมนูแซ่บนัวนัวที่ไม่ต้องง้อปลาร้าต้มสุกค่ะ แค่หยิบขนมจีนเส้นนุ่ม ๆ มาคลุกเคล้ากับน้ำยำสุดแซ่บ เริ่มจากผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลเคี่ยว และพริกป่นให้เข้ากัน เทเส้นขนมจีนและเนื้อปลากระป๋องลงไปยำเบา ๆ ให้ซาบซึมเข้าเนื้อ เพิ่มความหอมสดชื่นด้วยหอมแดงซอย ถั่วฝักยาวหั่นแฉลบ และผักชีฝรั่ง โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูสวนเพิ่มความปัง เสิร์ฟพร้อมผักแกล้มสด ๆ รับรองว่าซู้ดเส้นหมดจานแบบไม่รู้ตัวแน่นอนค่ะ

  • วัตถุดิบ: ขนมจีน 1-2 จับ, ปลากระป๋อง 1 กระป๋อง, พริกป่น 1-2 ช้อนชา, น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลเคี่ยวหรือน้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา, ถั่วฝักยาวหั่นแฉลบ, หอมแดงซอย, ผักชีฝรั่งซอย และพริกขี้หนูสวนซอยตามชอบ
  • ระดับความยากและความสะดวก: ง่าย ไว ทันใจ ใช้เวลาทำไม่เกิน 5 นาที ไม่ต้องตั้งเตาผัดให้เสียเวลา เหมาะสำหรับมื้อเย็นสายแซ่บหรือวันหยุดที่อยากกินอะไรนัว ๆ
  • รสสัมผัส: เส้นขนมจีนนุ่มนวลซึมซับน้ำยำรสแซ่บเปรี้ยว เผ็ด เค็ม นัวกลมกล่อม ลงตัวกับเนื้อปลากระป๋องนุ่ม ๆ และมีความกรอบกรวบจากผักสด บอกเลยว่าฟินสุด ๆ

เคล็ด(ไม่)ลับจากเชฟนิกะ

แนะนำให้คลุกน้ำยำกับเส้นขนมจีนให้เข้ากันดีก่อน แล้วค่อยใส่เนื้อปลากระป๋องลงไปคลุกเคล้าเบา ๆ เป็นขั้นตอนสุดท้ายค่ะ เพราะถ้าใส่เนื้อปลากระป๋องลงไปตั้งแต่แรกพร้อมเส้น ตอนที่เราใช้ทัพพีคลุกเส้น ขนมจีนอาจจะไปขยี้จนเนื้อปลาเละจนไม่น่าทาน แล้วก็ใส่น้ำซอสมะเขือเทศในกระป๋องลงไปผสมในน้ำยำสัก 1 ช้อนโต๊ะด้วยนะคะ จะช่วยให้น้ำยำข้น นัว เกาะกับเส้นขนมจีนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 10 เมนูปลากระป๋องง่าย ๆ ที่เชฟนิกะแนะนำไป เห็นไหมคะว่าปลากระป๋องธรรมดา ๆ ในตู้เย็น ก็นำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดว้าวได้เยอะมาก ไม่ว่าจะสายผัด สายต้ม สายต้มยำ หรือสายยำแซ่บ ๆ ก็อร่อยลงตัวในไม่กี่อึดใจเองค่ะ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนสนุกและเอ็นจอยกับการเข้าครัวในมื้อนี้นะคะ

Similar Posts