สาหร่ายพวงองุ่นคืออะไร แนะนำวิธีรับประทานอย่างถูกวิธี 

สาหร่ายพ่วงองุ่นแม้จะมีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารสูง แต่ก็ไม่ควรรับประทานใปริมาณที่มากเกิดไปเพราะอาจจะทำให้เกิดโทษของสาหร่ายพวงองุ่นตามมาได้

สาหร่ายพวงองุ่นคืออะไร สาหร่ายพ่วงองุ่นมีต้นกำเนิดมาจาก แถบโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ถิ่นกำเนิดเดียวกับเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างชาเขียวกับมัทฉะ ซึ่งเป็นแหล่งที่ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบเพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพสูง ประโยชน์ของสาหร่ายพวงองุ่นนั้นมีมากมายจนได้ชื่อว่าเป็นสาหร่ายทะเลที่ให้คุณค่าทางอาหารสูงแต่ถึงยังนั้น สาหร่ายพ่วงองุ่นแม้จะมีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารสูง แต่ก็ไม่ควรรับประทานใปริมาณที่มากเกิดไปเพราะอาจจะทำให้เกิดโทษของสาหร่ายพวงองุ่นตามมาได้ 

ลักษณะของสาหร่ายพวงองุ่น

สาหร่ายพวงองุ่นมีลักษณะโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ โดยลำต้นมีสีเขียวใส มีเม็ดเล็ก ๆ คล้ายไข่มุกหรือพวงองุ่นกระจายอยู่ทั่วลำต้น เมื่อเคี้ยวจะให้สัมผัสกรุบกรอบและมีรสเค็มธรรมชาติจากน้ำทะเล เหมาะกับการรับประทานสดหรือใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารหลากหลายเมนู ลักษณะของสาหร่ายพวงองุ่นจะคล้ายๆวัตถุดิบจำพวกที่สามารถทานแบบสดๆได้อย่างเช่นแซลมอนและสามารถนำไปประกอบในอาหารได้หลากหลายเมนูเช่นกันแล้วเมนูที่กำลังนิยมในตอนนี้คือเมนูแซลมอนดองซีอิ๊ว

แนะนำวิธีการกินสาหร่ายพวงองุ่นอย่างถูกวิธี 5 ข้อ ดังนี้

1. ล้างน้ำสะอาด: ล้างสาหร่ายพวงองุ่นในน้ำสะอาดหลายครั้ง เพื่อลดความเค็มและขจัดสิ่งสกปรกหรือสารปนเปื้อน แนะนำให้แกว่งในน้ำเบาๆ เพื่อไม่ให้เม็ดสาหร่ายแตก และควรล้างผ่านน้ำอีกรอบหนึ่งเพื่อให้มั่นใจก่อนนำไปรับประทาน

2. แช่ในน้ำเย็นจัด: การแช่ในน้ำเย็นหรือน้ำผสมน้ำแข็งประมาณ 3-5 นาที จะช่วยเพิ่มความกรอบและความสดของสาหร่าย ทั้งนี้ควรตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำทันทีเมื่อครบเวลา เพื่อให้พร้อมสำหรับทาน วิธีนี้จะช่วยล็อกความสดใหม่และทำให้เม็ดสาหร่ายกรุบกรอบและฉ่ำในปากเวลาเคี้ยว

3. ไม่ควรนำไปแช่ในน้ำนานเกินไป: เพราะจะทำให้สาหร่ายพวงองุ่นสูญเสียรสธรรมชาติและความกรอบของตัวสาหร่ายไป เนื่องจากเซลล์ของสาหร่ายจะดูดซับน้ำเข้าไปมากเกินไปจนทำให้เม็ดสาหร่ายเหี่ยว ฝ่อเละ แตกง่าย ส่งผลให้เสียเนื้อสัมผัสที่ดีไปอย่างน่าเสียดาย

4. ควรทานพร้อมน้ำจิ้ม:สามารถกินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำพริก หรือใช้น้ำสลัดญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มรสชาติ สำหรับวิธีกินที่ถูกต้องให้ตักน้ำจิ้มราดแยกหรือจิ้มกินเป็นคำๆ ไม่ควรเทน้ำจิ้มราดลงบนสาหร่ายทั้งหมดทิ้งไว้ เพราะกรดและเกลือในน้ำจิ้มจะทำให้สาหร่ายฝ่อตัวลงอย่างรวดเร็ว

5. นำสาหร่ายพวงองุ่นไปเป็นวัตถุดิบในเมนูอาหาร: เช่น ยำ สลัด หรือข้าวห่อสาหร่าย เพื่อเพิ่มคุณค่าและรสชาติที่หลากหลาย ทั้งนี้ควรใส่สาหร่ายพวงองุ่นเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากที่ปรุงรสชาติอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สาหร่ายยังคงความสดกรอบและไม่ช้ำจากการคลุกเคล้า

ประโยชน์ของสาหร่ายพวงองุ่น มีอะไรบ้าง?

สาหร่ายพวงองุ่น หรือที่หลายคนขนานนามว่าเป็น “กรีนคาร์เวียร์” แห่งท้องทะเล ไม่เพียงแต่มีเนื้อสัมผัสที่โดดเด่นและเคี้ยวสนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงและแคลอรี่ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ การรับประทานสาหร่ายพวงองุ่นจึงส่งผลดีต่อสุขภาพในหลายๆ ด้าน ดังต่อไปนี้

  • อุดมไปด้วยแร่ธาตุ: แคลเซียม แมกนีเซียม และไอโอดีน ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีส่วนสำคัญในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และสนับสนุนการทำงานของต่อมไทรอยด์ในการควบคุมระบบเผาผลาญของร่างกาย
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ก่อนวัยอันควร และมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • ช่วยเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนในร่างกาย: ส่งเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต ด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น EPA และ DHA ที่พบในสาหร่ายชนิดนี้ ซึ่งมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมันชนิดไม่ดีในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง
  • ช่วยควบคุมน้ำหนัก: เนื่องจากแคลอรี่ต่ำและมีไฟเบอร์สูง เมื่อทานเข้าไปแล้วจะช่วยให้อิ่มท้องได้นาน ลดความอยากอาหารจุกจิกระหว่างวัน อีกทั้งกากใยอาหารยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและการทำงานของลำไส้ให้ทำงานได้เต็มที่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
  • ส่งเสริมเรื่องผิวพรรณ: สนับสนุนสุขภาพผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง เพราะในสาหร่ายพวงองุ่นมีสารโคลลาเจนตามธรรมชาติและกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิดที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ เพิ่มความยืดหยุ่น ลดความหยาบกร้าน ช่วยให้ผิวดูมีออร่าดูสุขภาพดี จากภายในสู่ภายนอก ทั้งนี้แนะนำให้ทานคู่กับอาหารที่มีสารไลโคปีนอย่างมะเขือเทศก็จะช่วยเพิ่มการบำรุงผิวให้ดียิ่งขึ้น

โทษของสาหร่ายพวงองุ่นมีอะไรบ้าง?

แม้ว่าสาหร่ายพวงองุ่นจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เนื่องจากสาหร่ายชนิดนี้มีปริมาณแร่ธาตุบางชนิดที่สูงมาก แถมยังเสี่ยงเพิ่มจากแหล่งเพาะเลี้ยงด้วยเช่นกัน หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปหรือไม่ระมัดระวัง ก็อาจเกิดโทษต่อร่างกายได้เช่นกัน สำหรับข้อควรระวังและผลเสียที่อาจเกิดขึ้น มีดังนี้

  • ระบบย่อยอาหารผิดปกติ: หากรับประทานในปริมาณเกินไป อาจจะทำให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติ และอาจมีอาการท้องอืด ท้องเสีย หรือ แน่นท้องตามมา
  • ผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรหลีกเลี่ยง: สาหร่ายพวงองุ่นมีโปรตีนบางชนิดที่อาจกระตุ้นอาการแพ้ในผู้ที่แพ้อาหารทะเล เช่น ผื่นแดง คัน หรือหายใจลำบาก หากมีประวัติแพ้ ควรหลีกเลี่ยง
  • ภาวะโซเดียมสูงจนไตทำงานหนัก: เนื่องจากสาหร่ายพวงองุ่นเติบโตในน้ำทะเล จึงมีปริมาณโซเดียมสะสมอยู่สูงตามธรรมชาติ ประกอบกับคนส่วนใหญ่นิยมทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือน้ำสลัดเข้มข้น หากรับประทานบ่อยเกินไป ร่างกายอาจได้รับโซเดียมเกินพิกัด ส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำ ความดันโลหิตสูง และเสี่ยงเป็นโรคไต
  • ผู้ป่วยโรคไทรอยด์บางชนิด: สาหร่ายพวงองุ่นเป็นแหล่งของสารไอโอดีนที่สูงมาก แม้จะดีต่อคนทั่วไป แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษหรือโรคไทรอยด์ที่ต้องจำกัดปริมาณไอโอดีน การได้รับไอโอดีนที่มากเกินไปจะกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ทำให้อาการของโรคกำเริบและรุนแรงขึ้น
  • เสี่ยงต่อสารปนเปื้อนและโลหะหนัก: หากสาหร่ายพวงองุ่นถูกเพาะเลี้ยงในแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดหรือไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม อาจดูดซับสารเคมี โลหะหนัก เช่น สารหนู ตะกั่ว หรือแบคทีเรียในน้ำเข้ามาเก็บไว้ในตัว การรับประทานโดยไม่ล้างให้สะอาดจึงอาจเกิดอาหารเป็นพิษหรือสะสมสารพิษในร่างกายได้ในระยะยาว
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องจำกัดปริมาณโพแทสเซียม: ในสาหร่ายชนิดนี้มีแร่ธาตุโพแทสเซียมอยู่ค่อนข้างสูง ซึ่งผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ประสิทธิภาพในการกรองของเสียลดลง ก็อาจต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะหากร่างกายขับโพแทสเซียมออกไม่ทัน อาจสะสมในเลือดจนทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและเป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีเก็บรักษาสาหร่ายพวงองุ่นมี 3 ข้อ ที่เราอยากให้ลอง

1. เก็บในภาชนะปิดสนิท: เพื่อป้องกันไม่ให้สาหร่ายพวงองุ่นสัมผัสกับอากาศโดยตรง และควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องปกติที่ประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ในจุดที่ร่มและไม่โดนแสงแดดส่องถึง ที่สำคัญห้ามนำไปแช่ตู้เย็นในช่องธรรมดาเด็ดขาด เพราะความเย็นในตู้เย็นจะทำให้เม็ดสาหร่ายฝ่อ เหี่ยว แตกเละ และเสียสภาพภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

2. แช่ในน้ำเกลือหรือน้ำทะเล: หากต้องการเก็บรักษาสาหร่ายพวงองุ่นในระยะยาว แนะนำให้ใช้น้ำทะเลธรรมชาติที่สะอาด หรือผสมเกลือในน้ำสะอาดให้ได้ค่าความเค็มที่ใกล้เคียงกับน้ำทะเล เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้เซลล์ของสาหร่ายยังคงสดใหม่อยู่เสมอ แต่สำหรับผู้บริโภคทั่วไปแนะนำให้ซื้อในปริมาณที่พอทานหมดภายใน 1-2 วันจะดีที่สุด

3. หลีกเลี่ยงการแช่แข็ง: เพราะการแช่แข็งอาจทำให้สาหร่ายสูญเสียความกรอบและคุณค่าทางโภชนาการ เนื่องจากเกล็ดน้ำแข็งจะเข้าไปทำลายโครงสร้างผนังเซลล์ของสาหร่ายอย่างรุนแรง เมื่อนำออกจากช่องแช่แข็งมาละลายน้ำ สาหร่ายจะคลายน้ำออกจนหมด กลายสภาพเป็นเส้นเหี่ยวๆ ละลายเละจนรับประทานไม่ได้อีกต่อไป

สาหร่ายพวงองุ่นมีประโยชน์มากมาย แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และควรล้างทำความสะอาดให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงโทษของสาหร่ายพ่วงองุ่นหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หวังว่าบทความนี้จะช่วยแนะนำวิธีการกินสาหร่ายพวงองุ่นให้พอเข้าใจได้ ถึงประโยชน์ ผลข้างเคียงหรือโทษ แม้แต่วิธีการกินหรือรวมไปถึงการเก็บรักษาสาหร่ายพวงองุ่น เพื่อเป็นประโยชน์แก่คนอ่านต่อไป

Similar Posts